วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

6.เมื่อผู้บริหารพิจารณาแล้วว่าองค์กรมีความพร้อมที่จะขยายกิจการในอุตสาหกรรมใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวสูง ท่านคิดว่าผู้บริหารควรเลือกใช้กลยุทธ์รองลักษณะใด จงอธิบายพร้อมให้เหตุผลประกอบ

41 ความคิดเห็น:

  1. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  2. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  3. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  4. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น


    (นาย ดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028)

    ตอบลบ

  5. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (วิลาอสนี เกตุแก้ว12590073)

    ตอบลบ
  6. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  7. 6.เมื่อผู้บริหารพิจารณาแล้วว่าองค์กรมีความพร้อมที่จะขยายกิจการในอุตสาหกรรมใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวสูง ท่านคิดว่าผู้บริหารควรเลือกใช้กลยุทธ์รองลักษณะใด จงอธิบายพร้อมให้เหตุผลประกอบ
    ตอบ : กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  8. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    (สุภัทษา สนธิช่วย 12590096)

    ตอบลบ
  9. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  10. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก
    นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024

    ตอบลบ
  11. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก
    อภัสสร ปูชนียกุล 12590100

    ตอบลบ
  12. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  13. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  14. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  15. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    บุญธิดา กะตะศิลา 12590043

    ตอบลบ
  16. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก

    นภนต์ เจียรนัย 12590040

    ตอบลบ
  17. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  18. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    (ดวงหทัย โฉมมา 12590029)

    ตอบลบ
  19. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  20. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก
    ธรรศธรรม จำปาทอง 12590790

    ตอบลบ
  21. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  22. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบของกิจการดำเนินอยู่ หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า หมายถึง การที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้าของกิจการดำเนินอยู่ เช่น ในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออกได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง หมายถึง การที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขายของกิจการดำเนินอยู่ เช่น ผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ หมายถึง การที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น บริษัทมิททัลสตีลของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ12 ตุลาคม 2562 เวลา 22:53

    กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัวหมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้าหรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่งซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า
    หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเอง
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง
    หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ
    หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีลของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  24. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  25. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  26. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ

  27. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    วชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  28. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  29. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  30. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  31. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  32. กลยุทธ์การขยายตัว
    องค์กรธุรกิจมักเลือกกลยุทธ์การขยายตัวในการดำเนินธุรกิจ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรมีความพร้อมภายในอันเหมาะสมต่อการขยายตัวเช่นความพร้อมในด้านกำลังเงิน กำลังคน ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการขององค์กรเป็นต้น และจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัว เช่น ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ อยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การขยายตัวขององค์กรสามารถวัดผลได้หลายลักษณะ เช่น การเพิ่มขึ้นของยอดขายส่วนแบ่งการตลาดจำนวนสาขา จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ เป็นต้นซึ่งการขยายตัวขององค์กรต่างๆเหล่านี้สามารถเลือกใช้กลยุทธ์รองในลักษณะต่างๆได้ดังนี้
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจุกตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบรวมตัว
    -กลยุทธ์การขยายตัวเเบบกระจายตัว
    (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ

  33. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  34. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  35. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่นศรี 12590036)

    ตอบลบ
  36. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  37. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเช่นบริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดียเลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเองโดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลกจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  38. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึง การขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่ หรือ ควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor) ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึง การที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่ เช่น ในธุรกิจการค้าข้าว ผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่ง ซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเอง จึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้ เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่ เช่น ผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเอง นอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึง การที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่ง หรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น บริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดีย เลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเอง โดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลก จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  39. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึง การขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่ หรือ ควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor) ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1.การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึง การที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่ เช่น ในธุรกิจการค้าข้าว ผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่ง ซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเอง จึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้ เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2.การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่ เช่น ผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเอง นอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3.การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึง การที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่ง หรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น บริษัทมิททัลสตีล (Mital Steel) ของมหาเศรษฐีชาวอินเดีย เลือกใช้วิธีการขยายกิจการโรงเหล็กของตนเอง โดยการซื้อหรือควบรวมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆทั่วโลก จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก 10 เป็นต้น
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  40. ผู้บริหารควรเลือกใช้กลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านต้นทุน คือการที่องค์กรเลือกที่จะปรับปรุงต้นทุนสำหรับการแข่งขันในธุรกิจ เนื่องจากเห็นว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดต่อการสร้างกำไร และประโยชน์ให้เกิดแก่องค์กรตามเป้าหมาย ตามแนวคิดที่ว่ายิ่งองค์กรสามารถปรับปรุงให้ต้นทุนต่ำที่สุดย่อมมีโอกาสสร้างกำไรได้มาก หรือสามารถเสนอสินค้าให้แก่ลูกค้าด้วยราคาขายสินค้าที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ซึ่งย่อมนำมาซึ่งส่วนแบ่งตลาดที่สูงขึ้นและนำมาสู่การเป็นผู้นำตลาดในที่สุด
    กลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านต้นทุน มักนำมาใช้กับอุตสาหกรรมที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับราคาเป็นอย่างสูง สิ่งสำคัญของการเป็นผู้นำด้านต้นทุนจึงเป็นการมุ่งเน้นให้ต้นทุนการผลิตและดำเนินงานให้ต่ำที่สุด เพื่อที่จะสามารถนำเสนอราคาแก่ลูกค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนให้มีความสอดคล้องและสนับสนุนกันเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างแท้จริงโดยต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่นการควบคุมระดับการลงทุนให้ได้ตามที่กำหนด เทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิตที่ไม่ยุ่งยากและประหยัด การใช้แรงงานในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบการจัดส่งและการจัดจำหน่ายที่มีต้นทุนต่ำ ตลอดจนการพัฒนาและปรับปรุงทั้งในด้านกระบวนการผลิต การใช้วัตถุดิบ และรูปแบบผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานต่ำอยู่เสมอ อีกทั้งผู้บริหารควรตระหนักว่าวิธีการต่างๆเพื่อสร้างและรักษาการเป็นผู้นำด้านต้นทุนนี้สามารถลอกเลียนโดยคู่แข่งได้ ผู้บริหารจึงควรพิจารณาว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันมิให้คู่แข่งลอกเลียนได้ หรือจำทำอย่างไรหากคู่แข่งลอกเลียนแบบแล้วจะทำให้คู่แข่งได้รับผลเสียมากกว่าผลดี หากผู้บริหารสามารถดำเนินการได้ดังนี้ย่อมทำให้องค์กรเกิดความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  41. กลยุทธ์การขยายตัวแบบรวมตัว (Integrative Growth Strategy) หมายถึงการขยายตัวโดยเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่หรือควบรวมกิจการกับคู่แข่ง (Competitor)” ซึ่งมีวิธีแตกต่างกันดังนี้
    1. การรวมตัวไปข้างหน้า (Forward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจที่ลูกค้า (Customer) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นในธุรกิจการค้าข้าวผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางแห่งซึ่งแต่เดิมต้องขายข้าวให้กับผู้ส่งออก (Exporter) ได้ขยายตัวเข้ามาทำธุรกิจส่งออกด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสามารถป้องกันการกดราคาข้าวจากผู้ส่งออกได้เนื่องจากตนเองก็สามารถส่งออกข้าวได้ด้วยตนเองเป็นต้น
    2. การรวมตัวแบบย้อนหลัง (Backward Integration) หมายถึงการที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจซึ่งผู้ขาย (Supplier) ของกิจการดำเนินอยู่เช่นผู้ผลิตเอทานอลซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบแทนที่จะซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรก็ขยายธุรกิจไปลงทุนทำไร่ปลูกมันสำปะหลังเสียเองนอกจากจะทำให้โรงงานมีวัตถุดิบป้อนในการผลิตที่แน่นอนมากขึ้นแล้วยังทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการปลูกที่ให้ผลดียิ่งขึ้นและสามารถนำไปแนะนำต่อเกษตรกรอื่นๆเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป
    3. การรวมตัวในแนวระนาบ (Horizontal Integration) หมายถึงการที่องค์กรขยายตัวในธุรกิจประเภทเดิมโดยการเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งหรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ