วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

4.ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์

42 ความคิดเห็น:

  1. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่
    นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
    ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
    การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  2. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  3. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    (นาย ดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028)

    ตอบลบ
  4. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ

  5. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ
  6. Michael E. Porter เสนอว่าสภาวะการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจขึ้นอยู่กับสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่องค์กรธุรกิจนั้นอยู่ และสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 5 ประการ ความเข้มแข็งของปัจจัยทั้ง 5 ประการนี้บ่งบอกถึงโอกาสในการได้กำไรของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ยิ่งปัจจัยเหล่านี้มีความเข้มแข็งมากเท่าใดย่อมส่งผลเสียต่อการขึ้นราคาซึ่งนำไปสู่การได้กำไรของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดของธุรกิจ ในขณะเดียวกันถ้าปัจจัยนั้นๆ มีความอ่อนแอย่อมเป็นโอกาสอันดีต่อธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ เนื่องจากธุรกิจสามารถได้กำไรได้มากขึ้น แต่เนื่องจากสภาวะอุตสาหกรรมมีการพัฒนาอยู่เสมอ ดังนั้นความเข้มแข็งหรือผลของปัจจัยทั้ง 5 ประการนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
    ซึ่งลักษณะที่สำคัญของปัจจัยทั้ง 5 ประการประกอบด้วย
    1. การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม เป็นการพิจารณาว่า ณ ปัจจุบันมีบริษัทที่แข่งขันอยู่ใน อุตสาหกรรมนี้จำนวนกี่ราย ถ้ามีบริษัทจำนวนมากในอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรง ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีบริษัท จำนวนน้อยรายในอุตสาหกรรม ที่แสดงให้เห็นว่าการ แข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นมีน้อย โดยปกติกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรงจะน้อยกว่า บริษัทในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันไม่รุนแรง ดังนั้น โอกาสที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปั้นผลจากการลงทุน ในบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรงจึงน้อยกว่าไป
    2. อุปสรรคของคู่แข่งขันรายใหม่ นอกจากพิจารณาการแข่งขันใน อุตสาหกรรมแล้ว เราจะต้องพิจารณาถึงคู่แข่งขันราย ใหม่ ๆ ที่กำลังจะเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ด้วยว่า คู่แข่งขันรายใหม่จะสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ได้ยากง่ายเพียงใด หากคู่แข่งขันรายใหม่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ได้ง่าย ก็จะทำให้จำนวนคู่แข่งขัน ในอุตสาหกรรมนี้มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งอาจจะนำไปสู่การตัดราคาสินค้าระหว่างกัน ส่งผลให้กำไรต่อหน่วย ของบริษัทในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ลดลง
    3. อำนาจต่อรองของผู้ซื้อสินค้า หากอุตสาหกรรมใดผู้ซื้อมีอำนาจใน การต่อรองราคาได้มาก ก็จะทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมนั้นได้กำไรต่อหน่วยที่ลดลง ในทางตรงกันข้าม หากสินค้าใดที่ลูกค้าไม่มีอำนาจต่อรอง
    กล่าวคือ เนื่องจากมีผู้ขายสินค้าชนิดนั้นในอุตสาหกรรมเพียงไม่กี่ราย ความสามารถในการกำหนดราคาสินค้าก็ขึ้นอยู่กับผู้ขายเป็นหลัก กำไรของบริษัทเหล่านี้จะมีมาก
    4. อำนาจต่อรองของผู้ขายวัตถุดิบ หากอุตสาหกรรมใดมีผู้จัดจำหน่าย วัตถุดิบน้อยราย อำนาจในการต่อรองราคาก็จะตกอยู่กับผู้ขายวัตถุดิบ แต่ถ้ามีผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบมากราย อำนาจในการ ต่อรองราคาวัตถุดิบก็จะตกอยู่กับบริษัทนั้นๆ ซึ่งอำนาจในการต่อรองราคาวัตถุดิบจะส่งผลกระทบต่อ ราคาต้นทุนการผลิตของบริษัทนั่นเอง ดังนั้น บริษัทใดมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบมาก ก็จะทำให้บริษัทนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ และมีโอกาสในการได้รับกำไรที่มากขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากบริษัทใดมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบน้อย ก็จะทำให้บริษัทนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่ สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรที่คาดว่าจะได้รับลดลง
    5. สินค้าทดแทน หากอุตสาหกรรมใดมีสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนได้จำนวนมาก การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นจะยิ่งรุนแรงขึ้น การแย่งส่วนแบ่งการตลาดและการแบ่งผลกำไรก็จะมีมากขึ้นตามมา เนื่องจากผู้บริโภคหรือลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้นนั่นเอง
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  7. 4.ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
    ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  8. ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
    ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (สุภัทษา สนธิช่วย 12590096)

    ตอบลบ
  9. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  10. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024

    ตอบลบ
  11. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    อภัสสร ปูชนียกุล 12590100

    ตอบลบ
  12. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  13. ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
    ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  14. เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)

    ตอบลบ
  15. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    บุญธิดา กะตะศิลา 12590043

    ตอบลบ
  16. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่
    นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
    ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
    การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    นภนต์ เจียรนัย 12590040

    ตอบลบ
  17. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่
    นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
    ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
    การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  18. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (ดวงหทัย โฉมมา 12590029)

    ตอบลบ
  19. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  20. เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    ธรรศธรรม จำปาทอง 12590790

    ตอบลบ
  21. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (สุรีรีตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  22. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่
    นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
    ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
    การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ12 ตุลาคม 2562 เวลา 22:48

    การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์คือการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่
    นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
    ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
    การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  24. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่
    นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
    ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
    การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  25. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  26. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  27. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ

  28. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    วชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  29. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  30. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  31. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  32. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  33. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ

  34. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  35. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  36. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่
    นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
    ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
    การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่นศรี 12590036)

    ตอบลบ
  37. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  38. ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
    ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  39. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่ หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  40. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
    เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่ หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  41. การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจะเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อองค์กร 5 ประการ (Five Force) ดังนี้
    1.การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง เพราะจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจลงลด การที่ผู้ประกอบการเลือกทำธุรกิจที่มีคูล้อมรอบ (Moat) จะทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดได้ยาก คูล้อมรอบธุรกิจได้แก่ ตราสินค้าที่แข็งแกร่ง ฐานลูกค้าที่จงรักภักดีในแบรนด์สินค้า ความสามารถในบริหารต้นทุน ฯลฯ การเข้ามาของคู่แข่งอาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของกิจการ ดังนั้นผู้บริหารจะต้องมีการวิเคราะห์งบการเงินทั้งกิจการตนเองและคู่แข่ง
    -การแข่งขันด้วยการขายสินค้าในตลาดล่าง ด้วยการตัดราคาเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้า เป็นธุรกิจที่ไม่มีความยั่งยืน เพราะผู้บริโภคในตลาดล่างต้องการเพียงสินค้าราคาถูก คุณภาพพอใช้ เมื่อใช้การตลาดด้วยการลดราคา จะเป็นการจูงใจคู่แข่งลดราคาด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดสงครามราคา สุดท้ายธุรกิจจะต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีต้นทุนที่ถูกลงเพื่อแข่งขัน
    2.การต่อรองของลูกค้า ผู้ประกอบการต้องสร้างคุณค่าในตัวสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากกิจการต้องพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่เพียงไม่กี่รายนั้น เป็นความเสี่ยงที่ลูกค้าสามารถต่อรองราคาสินค้าและบริการได้ ซึ่งจะทำให้กำไรของกิจการลดลง โดยจะต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน นอกจากนั้นผู้ประกอบการจะต้องสร้างแบรนด์สินค้าให้แข็งแกร่ง
    3.สินค้าทดแทน ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาว่าลูกค้าสามารถหาสินค้าทดแทนได้ยากง่ายเพียงใด การเปลี่ยนไปใช้สินค้าทดแทนมีความยากง่ายเพียงใด ระดับราคาและคุณภาพของสินค้าทดแทน
    -ตัวอย่างเช่นธุรกิจ Hosting ให้เช่าบริการจัดทำเว็บไซต์ จะมีสินค้าทดแทนคือ 1.Virtual Private Server (VPS) บริการจำลองเครื่อง Server 2.เว็บไซต์สำเร็จรูปครบวงจร 3.Colocation Server ซึ่งสินค้าทดแทนทั้ง 3 ชนิด ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้อย่างง่ายดาย ในสภาวะปัจจุบันผู้ประกอบการ Hosting และโดเมน เพียงอย่างเดียวกำหนดเผชิญหน้ากับภัยคุกคามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    4.ช่องทางผู้จัดหาวัตถุดิบ ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาในสภาพวาดล้อมของธุรกิจว่ามีผู้จัดจำหน่ายรายใดมีอำนาจต่อรองได้สูง การรวมกลุ่มของผู้ประกอบการจะทำให้มีอำนาจต่อรองกับผู้จัดหาปัจจัยการผลิต
    -ตัวอย่างเช่น ธุรกิจค้าปลีกซึ่งมีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย จึงทำให้ร้านค้าสะดวกซื้อมีอำนาจต่อรองสูงต่อผู้ผลิตสินค้าหรือซัพพลายเออร์ บางครั้งสินค้าที่มีอัตรากำไรค่อนข้างน้อยจะไม่สามารถขายได้ในร้านค้าสะดวกซื้อ
    5.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงจำนวนคู่แข่งภายในอุตสาหกรรม สัดส่วนตลาดของคู่แข่งแต่ละราย เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการเข้าทำตลาดในผลิตภัณฑ์นั้น
    -ตัวอย่างเช่น อุตสากรรมเว็บไซต์ ซึ่งมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการรายใหม่จะประกอบการได้ไม่เกิน 3 ปี ก็จำเป็นต้องปิดกิจการ เนื่องจากธุรกิจเว็บไซต์โดยทั่วไปไม่สามารถสร้างความจงรักภักดีได้ ประกอบกับพฤติกรรมการใช้งานเง็บไซต์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก Business Model เว็บไซต์ดั่งเดิม คือสร้างเว็บไซต์ โปรโมทให้ดัง ขายโฆษณา ใช้ไม่ได้ผลเหมือนในอดีต
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  42. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
    1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
    2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
    3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
    4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
    5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ