การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทนการแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อการพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นาย ดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
Michael E. Porter เสนอว่าสภาวะการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจขึ้นอยู่กับสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่องค์กรธุรกิจนั้นอยู่ และสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 5 ประการ ความเข้มแข็งของปัจจัยทั้ง 5 ประการนี้บ่งบอกถึงโอกาสในการได้กำไรของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ยิ่งปัจจัยเหล่านี้มีความเข้มแข็งมากเท่าใดย่อมส่งผลเสียต่อการขึ้นราคาซึ่งนำไปสู่การได้กำไรของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดของธุรกิจ ในขณะเดียวกันถ้าปัจจัยนั้นๆ มีความอ่อนแอย่อมเป็นโอกาสอันดีต่อธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ เนื่องจากธุรกิจสามารถได้กำไรได้มากขึ้น แต่เนื่องจากสภาวะอุตสาหกรรมมีการพัฒนาอยู่เสมอ ดังนั้นความเข้มแข็งหรือผลของปัจจัยทั้ง 5 ประการนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เสมอซึ่งลักษณะที่สำคัญของปัจจัยทั้ง 5 ประการประกอบด้วย 1. การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม เป็นการพิจารณาว่า ณ ปัจจุบันมีบริษัทที่แข่งขันอยู่ใน อุตสาหกรรมนี้จำนวนกี่ราย ถ้ามีบริษัทจำนวนมากในอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรง ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีบริษัท จำนวนน้อยรายในอุตสาหกรรม ที่แสดงให้เห็นว่าการ แข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นมีน้อย โดยปกติกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรงจะน้อยกว่า บริษัทในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันไม่รุนแรง ดังนั้น โอกาสที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปั้นผลจากการลงทุน ในบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรงจึงน้อยกว่าไป2. อุปสรรคของคู่แข่งขันรายใหม่ นอกจากพิจารณาการแข่งขันใน อุตสาหกรรมแล้ว เราจะต้องพิจารณาถึงคู่แข่งขันราย ใหม่ ๆ ที่กำลังจะเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ด้วยว่า คู่แข่งขันรายใหม่จะสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ได้ยากง่ายเพียงใด หากคู่แข่งขันรายใหม่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ได้ง่าย ก็จะทำให้จำนวนคู่แข่งขัน ในอุตสาหกรรมนี้มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งอาจจะนำไปสู่การตัดราคาสินค้าระหว่างกัน ส่งผลให้กำไรต่อหน่วย ของบริษัทในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ลดลง3. อำนาจต่อรองของผู้ซื้อสินค้า หากอุตสาหกรรมใดผู้ซื้อมีอำนาจใน การต่อรองราคาได้มาก ก็จะทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมนั้นได้กำไรต่อหน่วยที่ลดลง ในทางตรงกันข้าม หากสินค้าใดที่ลูกค้าไม่มีอำนาจต่อรอง กล่าวคือ เนื่องจากมีผู้ขายสินค้าชนิดนั้นในอุตสาหกรรมเพียงไม่กี่ราย ความสามารถในการกำหนดราคาสินค้าก็ขึ้นอยู่กับผู้ขายเป็นหลัก กำไรของบริษัทเหล่านี้จะมีมาก 4. อำนาจต่อรองของผู้ขายวัตถุดิบ หากอุตสาหกรรมใดมีผู้จัดจำหน่าย วัตถุดิบน้อยราย อำนาจในการต่อรองราคาก็จะตกอยู่กับผู้ขายวัตถุดิบ แต่ถ้ามีผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบมากราย อำนาจในการ ต่อรองราคาวัตถุดิบก็จะตกอยู่กับบริษัทนั้นๆ ซึ่งอำนาจในการต่อรองราคาวัตถุดิบจะส่งผลกระทบต่อ ราคาต้นทุนการผลิตของบริษัทนั่นเอง ดังนั้น บริษัทใดมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบมาก ก็จะทำให้บริษัทนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ และมีโอกาสในการได้รับกำไรที่มากขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากบริษัทใดมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบน้อย ก็จะทำให้บริษัทนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่ สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรที่คาดว่าจะได้รับลดลง5. สินค้าทดแทน หากอุตสาหกรรมใดมีสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนได้จำนวนมาก การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นจะยิ่งรุนแรงขึ้น การแย่งส่วนแบ่งการตลาดและการแบ่งผลกำไรก็จะมีมากขึ้นตามมา เนื่องจากผู้บริโภคหรือลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้นนั่นเอง (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
4.ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(สุภัทษา สนธิช่วย 12590096)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงรัญชริดา มะนุ่น 12590067
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงนางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงอภัสสร ปูชนียกุล 12590100
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงบุญธิดา กะตะศิลา 12590043
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทนการแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อการพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงนภนต์ เจียรนัย 12590040
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทนการแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อการพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(สิริกร ราชมณี 12590084)
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(สุรีรีตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทนการแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อการพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์คือการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(สมภพ ขุนทรง 12590079)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงวชิราพร คำกอง 12590068
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงวัชระ จริยสุขสกุล 071
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูงศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน 4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทนการแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อการพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(ธนสิทธิ์ อาจอ่นศรี 12590036)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์ตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่ หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่ หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจะเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อองค์กร 5 ประการ (Five Force) ดังนี้1.การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง เพราะจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจลงลด การที่ผู้ประกอบการเลือกทำธุรกิจที่มีคูล้อมรอบ (Moat) จะทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดได้ยาก คูล้อมรอบธุรกิจได้แก่ ตราสินค้าที่แข็งแกร่ง ฐานลูกค้าที่จงรักภักดีในแบรนด์สินค้า ความสามารถในบริหารต้นทุน ฯลฯ การเข้ามาของคู่แข่งอาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของกิจการ ดังนั้นผู้บริหารจะต้องมีการวิเคราะห์งบการเงินทั้งกิจการตนเองและคู่แข่ง-การแข่งขันด้วยการขายสินค้าในตลาดล่าง ด้วยการตัดราคาเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้า เป็นธุรกิจที่ไม่มีความยั่งยืน เพราะผู้บริโภคในตลาดล่างต้องการเพียงสินค้าราคาถูก คุณภาพพอใช้ เมื่อใช้การตลาดด้วยการลดราคา จะเป็นการจูงใจคู่แข่งลดราคาด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดสงครามราคา สุดท้ายธุรกิจจะต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีต้นทุนที่ถูกลงเพื่อแข่งขัน2.การต่อรองของลูกค้า ผู้ประกอบการต้องสร้างคุณค่าในตัวสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากกิจการต้องพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่เพียงไม่กี่รายนั้น เป็นความเสี่ยงที่ลูกค้าสามารถต่อรองราคาสินค้าและบริการได้ ซึ่งจะทำให้กำไรของกิจการลดลง โดยจะต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน นอกจากนั้นผู้ประกอบการจะต้องสร้างแบรนด์สินค้าให้แข็งแกร่ง3.สินค้าทดแทน ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาว่าลูกค้าสามารถหาสินค้าทดแทนได้ยากง่ายเพียงใด การเปลี่ยนไปใช้สินค้าทดแทนมีความยากง่ายเพียงใด ระดับราคาและคุณภาพของสินค้าทดแทน-ตัวอย่างเช่นธุรกิจ Hosting ให้เช่าบริการจัดทำเว็บไซต์ จะมีสินค้าทดแทนคือ 1.Virtual Private Server (VPS) บริการจำลองเครื่อง Server 2.เว็บไซต์สำเร็จรูปครบวงจร 3.Colocation Server ซึ่งสินค้าทดแทนทั้ง 3 ชนิด ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้อย่างง่ายดาย ในสภาวะปัจจุบันผู้ประกอบการ Hosting และโดเมน เพียงอย่างเดียวกำหนดเผชิญหน้ากับภัยคุกคามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้4.ช่องทางผู้จัดหาวัตถุดิบ ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาในสภาพวาดล้อมของธุรกิจว่ามีผู้จัดจำหน่ายรายใดมีอำนาจต่อรองได้สูง การรวมกลุ่มของผู้ประกอบการจะทำให้มีอำนาจต่อรองกับผู้จัดหาปัจจัยการผลิต-ตัวอย่างเช่น ธุรกิจค้าปลีกซึ่งมีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย จึงทำให้ร้านค้าสะดวกซื้อมีอำนาจต่อรองสูงต่อผู้ผลิตสินค้าหรือซัพพลายเออร์ บางครั้งสินค้าที่มีอัตรากำไรค่อนข้างน้อยจะไม่สามารถขายได้ในร้านค้าสะดวกซื้อ5.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงจำนวนคู่แข่งภายในอุตสาหกรรม สัดส่วนตลาดของคู่แข่งแต่ละราย เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการเข้าทำตลาดในผลิตภัณฑ์นั้น-ตัวอย่างเช่น อุตสากรรมเว็บไซต์ ซึ่งมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการรายใหม่จะประกอบการได้ไม่เกิน 3 ปี ก็จำเป็นต้องปิดกิจการ เนื่องจากธุรกิจเว็บไซต์โดยทั่วไปไม่สามารถสร้างความจงรักภักดีได้ ประกอบกับพฤติกรรมการใช้งานเง็บไซต์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก Business Model เว็บไซต์ดั่งเดิม คือสร้างเว็บไซต์ โปรโมทให้ดัง ขายโฆษณา ใช้ไม่ได้ผลเหมือนในอดีต (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด(อารียา ปานทอง 12590109)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่
นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นาย ดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ตอบลบการวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
Michael E. Porter เสนอว่าสภาวะการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจขึ้นอยู่กับสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่องค์กรธุรกิจนั้นอยู่ และสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 5 ประการ ความเข้มแข็งของปัจจัยทั้ง 5 ประการนี้บ่งบอกถึงโอกาสในการได้กำไรของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ยิ่งปัจจัยเหล่านี้มีความเข้มแข็งมากเท่าใดย่อมส่งผลเสียต่อการขึ้นราคาซึ่งนำไปสู่การได้กำไรของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดของธุรกิจ ในขณะเดียวกันถ้าปัจจัยนั้นๆ มีความอ่อนแอย่อมเป็นโอกาสอันดีต่อธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ เนื่องจากธุรกิจสามารถได้กำไรได้มากขึ้น แต่เนื่องจากสภาวะอุตสาหกรรมมีการพัฒนาอยู่เสมอ ดังนั้นความเข้มแข็งหรือผลของปัจจัยทั้ง 5 ประการนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
ตอบลบซึ่งลักษณะที่สำคัญของปัจจัยทั้ง 5 ประการประกอบด้วย
1. การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม เป็นการพิจารณาว่า ณ ปัจจุบันมีบริษัทที่แข่งขันอยู่ใน อุตสาหกรรมนี้จำนวนกี่ราย ถ้ามีบริษัทจำนวนมากในอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรง ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีบริษัท จำนวนน้อยรายในอุตสาหกรรม ที่แสดงให้เห็นว่าการ แข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นมีน้อย โดยปกติกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรงจะน้อยกว่า บริษัทในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันไม่รุนแรง ดังนั้น โอกาสที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปั้นผลจากการลงทุน ในบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรงจึงน้อยกว่าไป
2. อุปสรรคของคู่แข่งขันรายใหม่ นอกจากพิจารณาการแข่งขันใน อุตสาหกรรมแล้ว เราจะต้องพิจารณาถึงคู่แข่งขันราย ใหม่ ๆ ที่กำลังจะเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ด้วยว่า คู่แข่งขันรายใหม่จะสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ได้ยากง่ายเพียงใด หากคู่แข่งขันรายใหม่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ได้ง่าย ก็จะทำให้จำนวนคู่แข่งขัน ในอุตสาหกรรมนี้มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งอาจจะนำไปสู่การตัดราคาสินค้าระหว่างกัน ส่งผลให้กำไรต่อหน่วย ของบริษัทในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ลดลง
3. อำนาจต่อรองของผู้ซื้อสินค้า หากอุตสาหกรรมใดผู้ซื้อมีอำนาจใน การต่อรองราคาได้มาก ก็จะทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมนั้นได้กำไรต่อหน่วยที่ลดลง ในทางตรงกันข้าม หากสินค้าใดที่ลูกค้าไม่มีอำนาจต่อรอง
กล่าวคือ เนื่องจากมีผู้ขายสินค้าชนิดนั้นในอุตสาหกรรมเพียงไม่กี่ราย ความสามารถในการกำหนดราคาสินค้าก็ขึ้นอยู่กับผู้ขายเป็นหลัก กำไรของบริษัทเหล่านี้จะมีมาก
4. อำนาจต่อรองของผู้ขายวัตถุดิบ หากอุตสาหกรรมใดมีผู้จัดจำหน่าย วัตถุดิบน้อยราย อำนาจในการต่อรองราคาก็จะตกอยู่กับผู้ขายวัตถุดิบ แต่ถ้ามีผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบมากราย อำนาจในการ ต่อรองราคาวัตถุดิบก็จะตกอยู่กับบริษัทนั้นๆ ซึ่งอำนาจในการต่อรองราคาวัตถุดิบจะส่งผลกระทบต่อ ราคาต้นทุนการผลิตของบริษัทนั่นเอง ดังนั้น บริษัทใดมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบมาก ก็จะทำให้บริษัทนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ และมีโอกาสในการได้รับกำไรที่มากขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากบริษัทใดมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบน้อย ก็จะทำให้บริษัทนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่ สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรที่คาดว่าจะได้รับลดลง
5. สินค้าทดแทน หากอุตสาหกรรมใดมีสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนได้จำนวนมาก การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นจะยิ่งรุนแรงขึ้น การแย่งส่วนแบ่งการตลาดและการแบ่งผลกำไรก็จะมีมากขึ้นตามมา เนื่องจากผู้บริโภคหรือลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้นนั่นเอง
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
4.ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
ตอบลบตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
ตอบลบตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(สุภัทษา สนธิช่วย 12590096)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
อภัสสร ปูชนียกุล 12590100
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
ตอบลบตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
ตอบลบ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 1259OO76)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
บุญธิดา กะตะศิลา 12590043
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่
นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
นภนต์ เจียรนัย 12590040
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่
นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(ดวงหทัย โฉมมา 12590029)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(สิริกร ราชมณี 12590084)
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
ตอบลบ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
ธรรศธรรม จำปาทอง 12590790
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(สุรีรีตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่
นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์คือการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่
นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่
นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ตอบลบการวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
วชิราพร คำกอง 12590068
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
วัชระ จริยสุขสกุล 071
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ตอบลบการวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่
นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ
การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(ธนสิทธิ์ อาจอ่นศรี 12590036)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอื่นๆหรือไม่ ควรใช้เครื่องมือใดมาช่วยวิเคราะห์ความสนใจของอุตสาหกรรมนั้น จงอธิบายแนวคิดและวิธีการวิเคราะห์
ตอบลบตอบ : การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
เครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่ หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ตอบลบเครื่องมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่ หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งที่พูดอาจจะต้องพิจารณา คือจำนวนและศักยภาพของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมกับผู้ซื้อหากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้อยรายขณะที่ผู้ซื้อมีจำนวนมากผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่หาผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมมีจำนวนมากแต่ผู้ซื้อมีน้อยราย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองสูง จนอาจสามารถกำหนดลักษณะและราคาผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ซื้อต้องการได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สั่งซื้อในปริมาณมากๆจะมีอำนาจต่อรองในระดับสูง
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การวิเคราะห์ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจะเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อองค์กร 5 ประการ (Five Force) ดังนี้
ตอบลบ1.การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง เพราะจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจลงลด การที่ผู้ประกอบการเลือกทำธุรกิจที่มีคูล้อมรอบ (Moat) จะทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดได้ยาก คูล้อมรอบธุรกิจได้แก่ ตราสินค้าที่แข็งแกร่ง ฐานลูกค้าที่จงรักภักดีในแบรนด์สินค้า ความสามารถในบริหารต้นทุน ฯลฯ การเข้ามาของคู่แข่งอาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของกิจการ ดังนั้นผู้บริหารจะต้องมีการวิเคราะห์งบการเงินทั้งกิจการตนเองและคู่แข่ง
-การแข่งขันด้วยการขายสินค้าในตลาดล่าง ด้วยการตัดราคาเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้า เป็นธุรกิจที่ไม่มีความยั่งยืน เพราะผู้บริโภคในตลาดล่างต้องการเพียงสินค้าราคาถูก คุณภาพพอใช้ เมื่อใช้การตลาดด้วยการลดราคา จะเป็นการจูงใจคู่แข่งลดราคาด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดสงครามราคา สุดท้ายธุรกิจจะต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีต้นทุนที่ถูกลงเพื่อแข่งขัน
2.การต่อรองของลูกค้า ผู้ประกอบการต้องสร้างคุณค่าในตัวสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากกิจการต้องพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่เพียงไม่กี่รายนั้น เป็นความเสี่ยงที่ลูกค้าสามารถต่อรองราคาสินค้าและบริการได้ ซึ่งจะทำให้กำไรของกิจการลดลง โดยจะต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน นอกจากนั้นผู้ประกอบการจะต้องสร้างแบรนด์สินค้าให้แข็งแกร่ง
3.สินค้าทดแทน ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาว่าลูกค้าสามารถหาสินค้าทดแทนได้ยากง่ายเพียงใด การเปลี่ยนไปใช้สินค้าทดแทนมีความยากง่ายเพียงใด ระดับราคาและคุณภาพของสินค้าทดแทน
-ตัวอย่างเช่นธุรกิจ Hosting ให้เช่าบริการจัดทำเว็บไซต์ จะมีสินค้าทดแทนคือ 1.Virtual Private Server (VPS) บริการจำลองเครื่อง Server 2.เว็บไซต์สำเร็จรูปครบวงจร 3.Colocation Server ซึ่งสินค้าทดแทนทั้ง 3 ชนิด ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้อย่างง่ายดาย ในสภาวะปัจจุบันผู้ประกอบการ Hosting และโดเมน เพียงอย่างเดียวกำหนดเผชิญหน้ากับภัยคุกคามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
4.ช่องทางผู้จัดหาวัตถุดิบ ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาในสภาพวาดล้อมของธุรกิจว่ามีผู้จัดจำหน่ายรายใดมีอำนาจต่อรองได้สูง การรวมกลุ่มของผู้ประกอบการจะทำให้มีอำนาจต่อรองกับผู้จัดหาปัจจัยการผลิต
-ตัวอย่างเช่น ธุรกิจค้าปลีกซึ่งมีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย จึงทำให้ร้านค้าสะดวกซื้อมีอำนาจต่อรองสูงต่อผู้ผลิตสินค้าหรือซัพพลายเออร์ บางครั้งสินค้าที่มีอัตรากำไรค่อนข้างน้อยจะไม่สามารถขายได้ในร้านค้าสะดวกซื้อ
5.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงจำนวนคู่แข่งภายในอุตสาหกรรม สัดส่วนตลาดของคู่แข่งแต่ละราย เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการเข้าทำตลาดในผลิตภัณฑ์นั้น
-ตัวอย่างเช่น อุตสากรรมเว็บไซต์ ซึ่งมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการรายใหม่จะประกอบการได้ไม่เกิน 3 ปี ก็จำเป็นต้องปิดกิจการ เนื่องจากธุรกิจเว็บไซต์โดยทั่วไปไม่สามารถสร้างความจงรักภักดีได้ ประกอบกับพฤติกรรมการใช้งานเง็บไซต์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก Business Model เว็บไซต์ดั่งเดิม คือสร้างเว็บไซต์ โปรโมทให้ดัง ขายโฆษณา ใช้ไม่ได้ผลเหมือนในอดีต
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่องค์กรแข่งขันอยู่หรือกำลังจากเข้าไปแข่งขันว่ามีปัจจัยใดที่องค์กรจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินหาความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนั้นๆ
ตอบลบ1.การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ผู้อ่านจะต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ก็คือ ภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม หากการแข่งขันนั้นมีภาวะที่รุนแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการกำหนดทิศทาง เนื่องจากจะมีแรงตอบโต้จากคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลาและทำให้ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขแรงตอบโต้นั้นอยู่เสมอ
2.ผู้แข่งขันรายใหม่ นอกจากการพิจารณาคู่แข่งขันที่มีอยู่ในอุตสากรรมแล้วผู้บริหารยังต้องพิจารณาลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นที่มีต่อการเข้าแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่หากผู้อ่านมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆต้องพิจารณาว่าอุตสากรรมใหม่นั้นสามารถเข้าไปแข่งขันได้ยากหรือง่าย
3.สินค้าทดแทน การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นยังต้องพิจารณาสินค้าที่ใช้ทดแทนกับสินค้าในอุตสาหกรรมด้วยเนื่องจากสินค้าทดแทนแม้จะเป็นสินค้าต่างชนิดกันแต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกัน
4.อำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ปัจจัยที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเพื่อประเมินอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบก็คือจำนวนและศักยภาพของผู้จำหน่ายวัตถุดิบหาผู้จำหน่ายวัตถุดิบมีจำนวนมากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มีต่อองค์กรย่อมมีน้อยเนื่องจากองค์กรสามารถเลือกวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายต่างๆได้มากขึ้น
5.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ การพิจารณาอำนาจต่อรองของผู้ซื้อที่มีต่อองค์กรนั้นจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจลักษณะของตลาดเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
(อารียา ปานทอง 12590109)